แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เก็บตก ข้างทาง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เก็บตก ข้างทาง แสดงบทความทั้งหมด

8.09.2555

ไปเที่ยวพุทธคยากันมั๊ยคะ
(viaโคราชกับสระบุรีด้วย)





 แค่นั่งรถไป 4-5ชั่วโมงก็ถึงแล้วค่ะอยู่บนเขาทิวทัศน์สวยงามมากๆค่ะ

(ข้อมูลส่วนใหญ่มาจาก nation.net ค่ะ)
ตลอดระยะเวลากว่า 2 ปีเต็ม ที่พสกนิกรชาวไทยทั่วประเทศต่างเฝ้ารอให้เจดีย์ศรีพุทธคยา ที่วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ จ.นครสวรรค์ แล้วเสร็จสมบูรณ์ เพื่อรองรับวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา และเพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสที่ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี และในโอกาสที่ทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา

แต่สิ่งที่พิเศษสุดเหนือสิ่งอื่นใดสำหรับการสร้างเจดีย์องค์นี้คือ การได้รับพระเมตตาอย่างหาที่สุดมิได้ จากสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงรับเป็นองค์ประธานในการจัดสร้าง เพื่อถวายแด่พระอนุชาองค์เล็กผู้เป็นมหาราชในดวงใจของพสกนิกรชาวไทยทั่วประเทศ พร้อมกันนี้ ยังได้พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ร่วมสมทบการก่อสร้างในครั้งนี้ด้วย ขณะเดียวกันสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ยังทรงรับวัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์เป็นวัดในพระองค์ ซึ่งถือว่าเป็นเพียงวัดแรกและวัดเดียวเท่านั้น

ขณะนี้ เจดีย์ศรีพุทธคยาได้ดำเนินการก่อสร้างจนแล้วเสร็จ และได้มีการจัดงานสมโภชขึ้นอย่างเป็นทางการไปแล้ว โดยการนี้ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ นางสุมนา อภินรเศรษฐ์ เป็นผู้แทนพระองค์ไปประกอบพิธีสมโภชเจดีย์ศรีพุทธคยา ณ วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ในพระองค์ อ.ท่าตะโก จ.นครสวรรค์ เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2550

วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ตั้งอยู่ ณ บ้านเขาโคกเผ่น ตำบลทำนบ อำเภอท่าตะโก จังหวัดนครสวรรค์ เป็นพุทธสถานที่คณะสงฆ์ คณะศิษย์วัดราชผาติการาม ร่วมใจกันสร้างถวายแด่ท่านเจ้าประคุณ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (วิน ธมฺมสารเถร ป.ธ.๙) ด้วยสำนึกในความกตัญญูกตเวที ในโอกาสเจริญชนมายุครบ 80 ปี อีกทั้งถวายเป็นราชสักการปูชนียานุสรณ์ แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 60 พรรษา และในอภิลักขิตกาลมหามงคลสมัยต่าง ๆ ต่อมาสิ่งก่อสร้างรูปธรรมทั้งภูมิสถาปัตย์และภูมิทัศน์แสดงกระบวนการธรรมทัศน์ที่เป็นอิสระ เป็นพุทธอุทยานพุทธประวัติบางตอน เช่น ดอนพระพุทธเจ้าทรงโปรดพระมหากัสสปะ เป็นพุทธสถานแห่งพุทธประวัติและศูนย์รวมเอกลักษณ์ของชาติ 

1



วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ สร้างเป็นรูปเรือหลวงนาม “ราชญาณ นาวา ฑีฆายุมงคล” การสร้างเป็นรูปเรือนี้ หมายถึง พาหนะที่จะช่วยขนสัตว์ที่ตกอยู่ในห้วงแห่งสังสารวัฎ (สังสารวัฎ - ทะเลวน ส่วนห้วงน้ำ คือ กิเลส) ให้พ้นจากโอฆสงสาร ภายในเรือประกอบด้วยสิ่งปลูกสร้าง อาทิ ธุดงคเจดีย์ ลักษณะมณฑปเรือนแก้ว อนุสรณ์ระลึกถึงพระมหากัสสปะเถร ประดิษฐานพระพุทธบาทคู่เนื้อสำริด ประดับลวดลายมงคล 108 เจดีย์ศรีมหาราช สูง 45 เมตร ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ พระพุทธเอกนพรัตน์ พระไตรปิฎก พระบรมรูปของมหาราช อีกทั้งวีรกษัตริย์ วีรกษัตรี และครูอาจารย์ผู้ทรงคุณูปการแห่งแผ่นดินไทย วิหารพระนาคปรกและวิหารเทพสถิต 

2


บันไดขึ้นลงอีกด้านหนึ่งสีสรรสวยงามมากนะคะ

3



นอกจากนั้น ยังประดิษฐานพระพุทธกุมารปางประสูติ พระอวโลกิเตศวรกวนอิมโพธิสัตว์ปางลีลา มหาจุติพระพิฆเนศวร นาคปริวัตนโพธิสัตว์นิมิตปุมุมาตย์สถิตเทวฤทธิ์อนุรักษ์ ท้าวเวสสุวรรณ และต้นพระศรีมหาโพธิ์ ซึ่งท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (วิน ธมฺมสารเถร ป.ธ.๙) ได้นำเมล็ดพันธุ์มาจากประเทศอินเดีย 
3.1


พระภาควัมบดีศรีสัตว์วิสุทธิญาณนิมิตสัมมาสัมโพธิญาณสาธิต ปูชนียบพิตร (พระไม่มีหน้า)


4


สำหรับเจดีย์ศรีพุทธคยา เฉลิมพระเกียรติฯ จำลองแบบมาจาก เจดีย์ศรีพุทธคยา เมืองคยา รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย ทุกประการ เพียงแค่ย่อสัดส่วนลงมาให้เหมาะสมกับพื้นที่ก่อสร้างเท่านั้น มีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมทรงกรวยยอดเจดีย์เป็นทรงระฆังคว่ำประดับลวดลายปูนปั้น ทางเข้าเจดีย์จะเป็น โทรณะ หรือซุ้มประตูปราสาทพรเมื่อเข้าถึงเจดีย์จะผ่านประตูชั้นล่าง มีหน้าบันใหญ่อยู่ด้านบนประดิษฐานพระพุทธรูปนั่ง และรอบๆจะเป็นซุ้มพระพุทธรูปและพระโพธิสัตว์ 
4.1


ซุ้มพระพุทธรูปยืนศิลปะอินเดียทั้งสองข้าง

5


บริเวณวัดนั้นกรมป่าไม้ได้ประกาศให้เป็นสถานที่อนุรักษ์ป่าธรรมชาติได้ดีที่สุดแห่งหนึ่ง

6


บางภาพภายในอาคารค่ะ

7

มีซุ้มพระพุทธรูปนั่งอยู่รอบฐานเจดีย์ ศิลปะ


ดูผสมผสานระหว่างอินเดียกับธิเบตนะคะ


8


แม้แต่ซุ้มประตูก็ตกแต่งสวยงามประดับด้วยพลอยเม็ดเขื่อง(ของจริงหรือปล่าว-ไม่ทราบค่ะ)

9


ทางเดินขึ้น-ลงภายในเจดีย์ค่ะ

10


เพดาน และการตกแต่งภายใน เน้นใช้สีโทนอ่อนๆเย็นตาค่ะ

11


ภายในวิหารเทพสถิต

11.1


ห้องน้ำมีอยู่แทบจะทั่วทุกมุม นี่เป็นอีกมุมหนึ่งค่ะ

12


ดอกไม้รายทาง

13


วัดสรพงค์ คือชื่อที่เรียกกัน จำง่ายดีค่ะ

14


ดอกไม้สวยๆน่า่รักๆ ทำให้ดูมีชีวิตชีวาขึ้นเยอะเลยค่ะ


15


ขากลับแวะเที่ยววัด(อีกแระ)วัดถ้ำโพธิสัตว์ อยู่ที่สระบุรีค่ะ
ภายในถ้ำ(ต้องเดินขึ้นเขาไป เหนื่อยประมาณ2ยก)
เจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ/ผนังถ้ำ/ภาพนูนต่ำบนผนัง(โบราณ)


16


นี่เป็นอีกด้านนึงของวัดค่ะ ติดขุนเขาและหน้าผา เชิงเขามีพระพุทธรูปลักษณะงดงามมากประดิษฐานอยู่
17


ดอกไม้อีกครั้ง

18


และก็อีกครั้ง ส่งท้ายทัวร์วัดค่ะ หวังว่าท่านผู้ชมคงได้รับความเพลิดเพลินบันเทิงใจนะคะ


สิงหาคม 2551

7.20.2555

มืด-สว่าง รวมบทกวีที่โปรดปราน

กลอนต่อไปนี้ มีความไพเราะ
และให้ข้อคิดเตือนใจ















โดยเฉพาะผู้ที่ฝักใฝ่ในธรรม 
ได้อย่างดียิ่ง 
ข้าพเจ้าประทับใจ
และได้คัดลอกเก็บไว้อ่าน
เมื่อหลายปีก่อน










และเพราะไม่ได้มีเจตนาเผยแพร่ จึงไม่ได้จดชื่อผู้ประพันธ์ไว้ 
ต้องขออภัย
และขออนุญาตท่านผู้แต่ง
ไว้ ณ ที่นี้ด้วยค่ะ





แรกเริ่มเลยน่าจะเป็นวาทะของ
ท่านพุทธทาส
ต่อมาได้มีผู้มาแต่งเสริมเติมไว้
อ่านแล้ว จับใจยิ่งนักแล






ถ้าบังเอิญผู้แต่งกลอนผ่านมาเห็น
กรุณาแนะนำตัวด้วยนะคะ
คุณคือแรงบันดาลใจค่ะ สาธุ







ต่อไปนี้ก็เพราะ 
และมีความหมายดีมากๆ 
แต่จำไม่ได้ว่า 
ผู้แต่งคนเดียวกันหรือไม่





คนเรามันรักสุข เกลียดทุกข์นี่
หนักก็หนักอยู่ตรงนี้แหละ
ไม่รับความจริง
เราเกิดมา นินทา สรรเสริญก็ดี
อย่าไปรับเอามาหมักไว้ในใจ
ปล่อยผ่านไปเสีย…





ความรัก ความชัง ความโลภ ความหลง 
เกิดขึ้นก็เพราะกิเลสมันเสวนากันอยู่… 
จาโค ปฏินิสฺสคฺโค 
สละคืนถอนออกจากใจนี้เสีย" 
...หลวงปู่แหวน สุจิณโน






ชนเหล่าใดแม้อยู่ในที่คับแคบ 
แต่ได้เฉพาะแล้วซึ่งสติ 
เพื่อการบรรลุธรรม
คือพระนิพพาน 
ชนเหล่านั้น 
ตั้งมั่นดีแล้ว โดยชอบ 
( พุทธพจน์ )





“ราหุล ! 
กระจกเงา มีไว้ สำหรับทำอะไร ? “ข้าแต่ พระองค์ ผู้เจริญ ! 
กระจกเงา มีไว้ สำหรับ ส่องดู พระเจ้าข้า !” “
ราหุล ! 
กรรม ทั้งหลาย ก็เป็น สิ่งที่ บุคคล ควร สอดส่อง พิจารณา ดู แล้ว ๆ เล่า ๆ เสียก่อน จึงทำ ลงไป ทางกาย, ทางวาจา หรือ ทางใจ ฉันเดียว กับ กระจกเงา นั้นเหมือนกัน.” 
จูฬราหุโลวาทสูตร 
ม.ม. ๑๓/๑๒๓/๑๒๖.

2.26.2555

นิทานห่านน้อย (ขำนะจ๊ะ อิอิ)

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีห่านอยู่ฝูงหนึ่ง ฝูงเล็กๆประมาณ 4-5 ตัว
พวกมันอาศััยอยู่ที่หนองน้ำแห่งหนึ่งอย่างมีความสุข มานานแสนนาน
อาหารการกินอุดมสมบูรณ์ กุ้ง หอย ปูปลา จากหนองน้ำ แ่ห่งนั้นก็ไม่เคยขาดแคลน
อากาศก็เย็นสะบาย มีทุ่งหญ้า มีเนินเขาให้พวกมันได้เดินเล่น 
ต้นไม้ใบหญ้าเขียวขจี ดอกไม้บานสะพรั่ง นกร้องเพลง
พวกห่านถือครองเบ็ดเสร็จ เป็นอาณาจักรน้อยๆ ของพวกตน
จนกระทั่งตอนสายๆของวันสะบายๆวันหนึ่ง ก็มีเหตุให้พวกห่าน
ที่กำลังความสุข มีจิตใจโอบอ้อมอารี เปลี่ยนไป เมื่อรู้สึกว่า พวกมันกำลังถูกบุกรุก
กำลังจะถูกขโมยความสุข มันจะต้องปกป้องดินแดนอันหวงแหน และต้องหาทางจัดการกับผู้บุกรุก
จากฝูงห่านที่หน้าตายิ้มแย้ม และดูมีความสุขสุดๆ
กลายเป็น ห่านหน้าโหด ห่านปากจัด ห่านขี้บ่น ห่านนักรบ และห่านนักเลง
เมื่อสายตาของพวกมันไปพบกับ คนแปลกหน้าคนหนึ่ง แต่งตัวประหลาดๆ ไม่เหมือนคนแถวนี้เลย นี่นา แถมถือบางสิ่งบางอย่าง ไม่น่าไว้ใจๆ  ดูพิลึกๆ บุกรุก ๆๆๆๆ
พวกมันเริ่มส่งเสียงเตือนกัน เริ่มจัดกระบวนพล
และเริ่มเดินเข้าใส่ผู้หญิงคนนั้น เหมือนจะสั่งสอนให้รู้จักเรื่อง"สิทธิห่านชน"ซะบ้าง
ไปดูหน้าตา น่าเกลียดน่าชังของห่านน้อย(หุ หุ)กันดีกว่า

เสียวน่องสุดๆ แต่ไม่เป็นไร กางเกงยีนเนื้อคงหนา พอ สู้ๆ
ชั้นท้าทายเธอ เธอก็ท้าทายชั้น


ชั้นก็ไปซ้าย
เธอขวา ชั้นก็ขวา อยากได้รูป เพื่อนห่านนิ
หลอกล่อลงน้ำ  นึกเหรอว่าจะตามไม่ได้


 

เธอก็สวยยย แบบโหดๆอ่า
ตามมาดิ

หน้าตาหล่อน ร้ายยยนะยะ
เชิด... โชว์ความงาม
โกรธกันมาแต่ปางก่อนนน   
ขอโทษคร่าาา
ความสงบสุข ก็กลับมาอีกครั้ง เฮ้อออ